[K-Beauty News][Vol.109] ปรากฏการณ์ Sculptra ฟีเวอร์! ทำไมสาวกรุงเทพฯ ถึงแห่ฉีดคอลลาเจนแทนฟิลเลอร์?

[K-Beauty News] ปรากฏการณ์ Sculptra ฟีเวอร์! ทำไมสาวกรุงเทพฯ ถึงแห่ฉีดคอลลาเจนแทนฟิลเลอร์?
 

หากคุณเดินเข้าไปในคลินิกชั้นนำในกรุงเทพฯ หรือเปิดแอปพลิเคชันจองคลินิกความงามในตอนนี้ คุณจะพบว่า "Sculptra" (สคัลปทรา) ได้กลายเป็นโปรแกรมที่ทุกคลินิกต้องมี ยุคของการฉีดฟิลเลอร์ (HA) เพื่อเติมเต็มกำลังจะหมดไป และถูกแทนที่ด้วยเทรนด์ "Biostimulator" (สารกระตุ้นคอลลาเจน) วันนี้ Onevia จะพาไปเจาะลึกเทรนด์นี้ และสิ่งที่คุณต้องระวังท่ามกลางสงครามราคาครับ

CEO Mr. Koo’s Insight:

"ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการการแพทย์ระดับโลกที่ ID Hospital และ Liting Plastic Surgery กว่า 14 ปี ผมมองว่าการที่ VVIP ชาวไทยหันมานิยม Sculptra เป็นเรื่องที่ถูกต้องครับ เพราะทุกคนต้องการความสวยที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ 'สงครามราคา' ที่กำลังเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ได้มาตรฐานครับ"

1. ยุคทองของ Biostimulator: สวยแบบ Quiet Luxury

เทรนด์ความงามในปัจจุบันไม่ได้เน้นหน้าพุ่งแบบศัลยกรรมอีกต่อไป แต่เน้นความงามแบบตะโกนน้อยลง (Quiet Luxury) จากรายงานผลประกอบการล่าสุดของ Galderma (ผู้ผลิต Sculptra) ระบุชัดเจนว่า ตลาดเอเชียมีการเติบโตในกลุ่ม Biostimulator ถึงสองหลัก (Double-Digit Growth) ผู้หญิงไทยระดับกลางถึงไฮโซเริ่มเข้าใจแล้วว่า การกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเอง จะให้มิติหน้าที่ดูนุ่มนวลและเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติกว่าการเติมสารแปลกปลอมครับ

2. สงครามราคาบน GoWabi และคลินิกชั้นนำ

ปัจจุบัน คลินิกชื่อดังในกรุงเทพฯ เช่น Aura Bangkok Clinic, DSK Clinic หรือ The Klinique ต่างก็โปรโมท Sculptra เป็นบริการหลัก หากคุณเปิดแอปพลิเคชัน GoWabi จะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือดมาก โดยราคาต่อ 1 ขวด (Vial) จะถูกกดลงมาอยู่ที่ประมาณ 15,000 - 30,000 บาท เท่านั้น ตลาดนี้ใหญ่มากจนถึงขั้นมีการแจกรางวัล 'Sculptra Hero' (Top 25 คลินิกที่ฉีด Sculptra มากที่สุดในไทย) เพื่อแย่งชิงความน่าเชื่อถือกันเลยทีเดียวครับ

3. คำเตือนจากกังนัม: "ของถูกและทำรอบเร็ว" คือศัตรูของ Sculptra

การที่ Sculptra เข้าถึงง่ายขึ้นเป็นเรื่องดีครับ แต่ปัญหาคือ Sculptra "ไม่ใช่ฟิลเลอร์ที่แกะกล่องแล้วฉีดได้เลย" ความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นประกอบกับราคาโปรโมชั่นที่ถูกลง ทำให้หลายคลินิกต้อง "ทำรอบ" ให้เร็วที่สุดเพื่อเน้นปริมาณ

นี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดเคส "ก้อนไตแข็งใต้ผิว" (Nodule) พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะคลินิกไม่มีเวลาพักตัวยา (Hydration) นานพอ และแพทย์อาจไม่มีเวลาฉีดด้วยเทคนิคชั้นลึก (Deep Cannula) อย่างประณีต สำหรับ VVIP ที่ต้องการผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ ไร้ก้อน และปลอดภัย 100% การเลือกบินมาฉีดกับ 'มาสเตอร์' ที่โซล ซึ่งเคร่งครัดในโปรโตคอลการละลายยา 24-48 ชั่วโมง จึงยังคงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ความสบายใจที่สุดครับ


[Thai High-So Series: Skin Booster Special]


[เกี่ยวกับผู้เขียน]

  • ชื่อและตำแหน่ง: CEO Mr. Koo / Medical MBA

  • ประสบการณ์: * อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระดับโลกที่ ID Hospital & Liting Plastic Surgery

    • ประสบการณ์ 14 ปีในด้านการจัดการการแพทย์ระดับโลก

  • ติดต่อ: onevia@naver.com

  • Global Network(US): www.onevia-medical.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

[K-Beauty News][Vol. 03] ความจริงของผิว "Glass Skin" แบบดาราเกาหลี: ทำไมครีมแพงๆ ถึงยังไม่พอ?

[K-Beauty News][Vol. 96] Money Nose: โหงวเฮ้งจมูกเรียกทรัพย์ – การดีไซน์จมูกที่ส่งเสริมความมั่งคั่งและอำนาจในแบบฉบับ VVIP

[K-Beauty News][Vol. 39] โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ vs. ศัลยกรรมกังนัม: เปรียบเทียบการดึงหน้า (Facelift) แบบม้วนเดียวจบ!!