[K-Beauty News][Vol. 107] เปรียบเทียบราคา Deep Plane Facelift (กรุงเทพ vs โซล) – ทำไมการย้อนวัย 15 ปีถึงทำไม่ได้ในคลินิกทั่วไป?


[K-Beauty News][Vol. 107] เปรียบเทียบราคา Deep Plane Facelift (กรุงเทพ vs โซล) – ทำไมการย้อนวัย 15 ปีถึงทำไม่ได้ในคลินิกทั่วไป?

 เมื่อความหย่อนคล้อยเข้าสู่ขั้นสุด การทำเลเซอร์หรือดึงหน้าแบบมินิอาจเอาไม่อยู่ 'การดึงหน้าแบบลึก' หรือ Deep Plane Facelift คือคำตอบสุดท้ายของ VVIP ครับ แต่ศัลยกรรมนี้ถือเป็นขั้นสุดยอดของความซับซ้อน วันนี้ Onevia จะมาเปิดเผยว่าทำไมการเลือกทำศัลยกรรมนี้ในราคาถูก ถึงเป็นการเอาใบหน้าและเส้นประสาทของคุณไปเสี่ยง และทำไม "การย้อนวัย 15 ปี" ที่แท้จริงจึงมีแค่ที่กังนัมเท่านั้น

CEO Mr. Koo’s Insight:

"จากประสบการณ์ 14 ปีที่ ID Hospital และ Liting Plastic Surgery ผมเห็นลูกค้าที่ทำดึงหน้าจากคลินิกทั่วไปแล้วหน้าดู 'ตึงแบบหลอกตา' (Windblown Look) หรือร้ายแรงถึงขั้นใบหน้าเบี้ยวจากเส้นประสาทถูกทำลายครับ"

คลินิกทั่วไปมักจะดึงแค่ผิวหนังหรือชั้น SMAS ตื้นๆ ซึ่งต้องใช้แรงดึงมหาศาล ทำให้หน้าดูแบนและตึงรั้งผิดปกติ แต่ 'มาสเตอร์' ของเราจะใช้วิธี 'Deep Plane' คือการเข้าไปใต้ชั้น SMAS เพื่อปลดล็อกเส้นเอ็น (Retaining Ligaments) แล้วยกโครงสร้างใบหน้าทั้งหมดขึ้นพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือหน้าไม่ตึงรั้ง ขยับได้ปกติ และเด็กลง 15 ปีอย่างเป็นธรรมชาติครับ

[ตารางเปรียบเทียบราคาจริง: Deep Plane Facelift]

หัวข้อเปรียบเทียบการดึงหน้าทั่วไปในกรุงเทพฯ (SMAS Facelift)Seoul Premium Curation (Deep Plane โดย Onevia)
ราคาเริ่มต้น (Price)ประมาณ 150,000 - 300,000 บาท (ราคามาตรฐานทั่วไป)ประมาณ 600,000 - 1,000,000+ บาท (ราคาพรีเมียมกังนัมระดับปรมาจารย์)
ค่าใช้จ่ายแฝง (Hidden Cost)หลักแสนถึงล้านบาท (ค่าผ่าตัดแก้หน้าผิดรูป หรือค่ารักษาเส้นประสาทใบหน้าเสียหาย)0 บาท (ลงทุนครั้งเดียวเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและผลลัพธ์ที่อยู่ได้ถาวร)
ความลึกของการผ่าตัดดึงผิวหนังและชั้น SMAS ตื้นๆเลาะลึกใต้ชั้น SMAS ปลดล็อกเส้นเอ็นยึดเกาะโครงหน้า
อายุการใช้งานประมาณ 3 - 5 ปี ผิวจะกลับมาหย่อนคล้อยอีกอยู่ได้นาน 10 - 15 ปีขึ้นไป แก้ปัญหาความชราจากรากฐาน
ผลลัพธ์หลังทำหน้าแบน ดูตึงรั้งเหมือนโดนลมพัด (Windblown Look)ดูมีมิติ เป็นธรรมชาติ 100% ไม่มีใครรู้ว่าทำศัลยกรรมมา

1. ต้นทุนแฝง: หน้าตึงแบบหลอกตาและความเสี่ยงต่อเส้นประสาท

ศัลยกรรมดึงหน้าที่ผิดพลาดคือสิ่งที่ปกปิดไม่ได้ครับ การดึงหน้าโดยไม่ปลดล็อกเส้นเอ็น จะทำให้ใบหน้าถูกดึงรั้งจนแบนเรียบ มุมปากเบี้ยว หรือหลับตาไม่สนิท ยิ่งไปกว่านั้น หากหมอไม่เชี่ยวชาญกายวิภาคมากพอ อาจพลาดไปโดนเส้นประสาทบนใบหน้า (Facial Nerve) ทำให้หน้าขยับไม่ได้ถาวร การต้องบินไปแก้ดึงหน้าซ้ำสอง นอกจากค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าเดิม 3-4 เท่าแล้ว เนื้อเยื่อที่พังไปแล้วก็ยากที่จะกลับมาสมบูรณ์ 100% ครับ

2. คุณค่าที่แท้จริง: การย้อนเวลา 15 ปีด้วยศิลปะแห่งกายวิภาคชั้นสูง

Deep Plane Facelift ไม่ใช่ศัลยกรรมที่หมอทุกคนทำได้ครับ ต้องเป็นระดับ 'ปรมาจารย์' (Master) ที่ผ่านเคสมานับหมื่นและเข้าใจโครงสร้างใบหน้าแบบ 3 มิติเท่านั้น ที่โซล มาสเตอร์ของเราจะทำการยกกระชับกล้ามเนื้อ ไขมัน และผิวหนังขึ้นไปพร้อมๆ กันในตำแหน่งเดิมเมื่อ 15 ปีก่อน โดยไม่มีแรงตึงที่ชั้นผิวหนังเลย คุณจะได้ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ มีวอลลุ่ม และขยับแสดงอารมณ์ได้สง่างามสมฐานะ VVIP อย่างแท้จริงครับ


[Thai High-So Series: Lifting Special]


[เกี่ยวกับผู้เขียน]

  • ชื่อและตำแหน่ง: CEO Mr. Koo / Medical MBA

  • ประสบการณ์: * อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดระดับโลกที่ ID Hospital & Liting Plastic Surgery

    • ประสบการณ์ 14 ปีในด้านการจัดการการแพทย์ระดับโลก

  • ติดต่อ: onevia@naver.com

  • Global Network(US): www.onevia-medical.com

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

[K-Beauty News][Vol. 03] ความจริงของผิว "Glass Skin" แบบดาราเกาหลี: ทำไมครีมแพงๆ ถึงยังไม่พอ?

[K-Beauty News][Vol. 96] Money Nose: โหงวเฮ้งจมูกเรียกทรัพย์ – การดีไซน์จมูกที่ส่งเสริมความมั่งคั่งและอำนาจในแบบฉบับ VVIP

[K-Beauty News][Vol. 39] โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ vs. ศัลยกรรมกังนัม: เปรียบเทียบการดึงหน้า (Facelift) แบบม้วนเดียวจบ!!